DSI ลงพื้นที่สอบการสร้างรีสอร์ตรุกป่า ที่ดินและลำน้ำสาธารณะ ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

เผยแพร่: 14 ธ.ค. 2565 20:56 น. ปรับรุง: 14 ธ.ค. 2565 20:56 น. เปิดอ่าน 1479 ครั้ง  
 

DSI ลงพื้นที่สอบการสร้างรีสอร์ตรุกป่า ที่ดินและลำน้ำสาธารณะ ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

​วันนี้ (วันที่ 14 ธันวาคม 2565) เวลา 14.00 น. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งการให้ นายวรพจน์  ไม้หอม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายไกรศรี  สว่างศรี ผู้อำนวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5  บูรณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขตพื้นที่ 5 (ปปท.เขต 5) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน  ฝ่ายปกครองอำเภอบ่อเกลือ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่13 สำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน  เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน (กอ.รมน.จว.น่าน)  เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรบ่อเกลือ  สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา และเครือข่ายภาคประชาชนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI Station Nan) ลงพื้นที่บ้านสว้าเหนือ หมู่ที่ 3 ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือจังหวัดน่าน กรณี ประชาชนร้องขอให้ตรวจสอบโดยอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากการที่มีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ บุกรุกเข้าครอบครองที่ป่า บุกรุกที่สาธารณะและเปลี่ยนแปลงเส้นทางลำน้ำว้า การถมที่ดินริมน้ำขยายพื้นที่ทับลำน้ำ หวงกันพื้นที่ริมน้ำไว้เป็นของตนเอง จนทำลายแหล่งพันธุ์ปลา ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมรวมทั้งปิดทางเดินสาธารณะเข้าออกหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนไม่สามารถใช้ลำน้ำได้อย่างปกติ  

 จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ มีการแบ่งพื้นที่ให้เช่าสร้างรีสอร์ตจำนวน 2 แห่ง สร้างโรงเรือนที่พักส่วนตัวและที่พักคนงาน บริเวณก่อสร้างอยู่ใกล้กับฝายชลประทานทำให้เสี่ยงต่อการพังทลายในช่วงน้ำหลากอย่างมาก มีการใช้แรงงานต่างด้าวขนหินมาสร้างเนินดิน เพื่อเจตนาให้เป็นที่งอกมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางลำน้ำว้า ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่ นอกจากนี้ ได้มีประชาชนในพื้นที่และผู้ครอบครองพื้นที่เดิม เข้าให้ข้อมูลประกอบพยานหลักฐานยืนยันแนวเขตว่ามีการล่วงล้ำลำน้ำ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และยังพบว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ จึงอาจจะเป็นพื้นที่ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 อีกด้วย ซึ่งหากผู้ใดบุกรุกอาจจะเป็นความผิดฐานบุกรุกป่า การก่อสร้างโรงเรือน และการประกอบกิจการโรงแรมไม่พบว่ามีการขออนุญาตตามกฎหมาย

อนึ่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ประชุมหารือพร้อมร่วมบูรณาการเพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ข้อสรุปดังนี้ 1) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ พิจารณาตรวจสอบโดยละเอียดและ    จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่  2) องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา รับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมอาคาร       3) ฝ่ายปกครองอำเภอบ่อเกลือ รับผิดชอบตรวจสอบการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรม  4) สถานีตำรวจภูธรบ่อเกลือ รับผิดชอบตรวจสอบเรื่องการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่  5) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขตพื้นที่ 5 (ปปท.เขต 5) รับคำร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่พร้อมตรวจสอบและกำกับให้คำปรึกษากับหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่  ทั้งนี้ สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เป็นความผิดตามบัญชีท้ายประกาศกคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2565  เรื่องกำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหากเข้าเงื่อนไขที่เป็นคดีพิเศษจะรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 กรมสอบสวนคดีพิเศษ  ขอแจ้งเตือนนักลงทุนต่างท้องที่ ให้ระมัดระวังและตรวจสอบการประกอบกิจการในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ว่าอยู่ในเขตที่ป่าหรือที่ห้ามสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบแนวเขตป่าและที่ดินของรัฐเบื้องต้นได้จากช่องทางระบบ DSI MAP ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ