DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ

เผยแพร่: 15 ก.ย. 2569 14:38 น. ปรับปรุง: 15 ก.ย. 2569 14:38 น. เปิดอ่าน 17 ครั้ง  
 

DSI บูรณาการร่วมกับ 18 หน่วยงาน ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิด

ตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ


​          วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (3) ปฏิบัติการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี ท่าเรือแหลมฉบัง คณะกรรมาธิการ ปปช. สภาผู้แทนราษฎร ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธรแหลมฉบัง มูลนิธิบูรณะนิเวศ เครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล (Basel Action Network: BAN) และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC, Unwaste project) Greenpeace Thailand และ สำนักข่าว Bloomberg รวมทั้งสิ้น 18 หน่วยงาน โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ได้ร่วมกันตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล โดยการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือฮัทชิสันแหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
​          ตู้ต้องสงสัยที่ทำการเปิดตรวจ เป็นตู้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ข้อมูลมาจาก เครือข่าย BAN และ UNODC  จึงได้แจ้งให้กรมศุลกากรดำเนินการอายัดเพิ่มเติม จำนวน 50 ตู้ โดยกรมศุลกากรได้ตรวจสอบพบความผิด 19 ตู้ ไม่พบข้อมูลการนำเข้ามาในราชอาณาจักร 14 ตู้ และได้ทำการตรวจสอบในครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้น 9 ตู้ ส่วนอีก 1 ตู้ ไม่มีผู้แทนบริษัทที่เป็นเจ้าของมาแสดงตัว จากการเปิดตู้ตรวจสอบ พบ 3 ตู้แรก นำเข้ามาจากประเทศโปแลนด์ อังกฤษ และนิวซีแลนด์ ตามลำดับ สำแดงถูกต้องและไม่พบการปนเปื้อน และอีกจำนวน 6 ตู้ นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา สำแดงเป็นเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม จากการตรวจสอบพบมีการปนเปื้อนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) ทั้ง 6 ตู้
​          ที่ผ่านมากรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบตู้คอนเนอร์ต้องสงสัย ผลการตรวจพิสูจน์เป็นความผิด 151 ตู้ ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีกับองค์กรอาชญากรรมที่มีการลักลอบค้าขยะข้ามชาติ และเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมยึดอายัดทรัพย์สิน พร้อมขอความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (MLA) เบื้องต้นอยู่ในบัญชี 825 ตู้ ซึ่งคาดว่าเคยมีการนำเข้ามาในประเทศไทย มีบริษัทผู้ส่งออกจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 7 บริษัท และบริษัทผู้นำเข้ามาในประเทศไทย จำนวน 16 บริษัท

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ