DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี

เผยแพร่: 9 มิ.ย. 2569 14:38 น. ปรับปรุง: 9 มิ.ย. 2569 15:45 น. เปิดอ่าน 194 ครั้ง  
 

DSI ส่งสำนวน ป.ป.ช. เอาผิดเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3 ราย 
ปมเอื้อขบวนการลักไฟฟ้าทำเหมืองบิตคอยน์ในพื้นที่ธัญบุรี

              ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 136/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ คนที่ 3 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอกเขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นกรรมการ โดยมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าว กำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตามความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติให้มีความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมืออาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อนและขยายตัวต่อเนื่อง 

                ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ ดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานที่ประชุม ได้ประกาศเดินหน้าปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ นอมินีต่างชาติ และอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือและเร่งดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทุกหน่วยงานขานรับและขับเคลื่อนนโยบายฯ 
            โดยในวันเดียวกัน (วันที่ 5 มิถุนายน 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สรุปสำนวนการสอบสวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 135/2568 พร้อมความเห็นไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยกล่าวโทษเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 3 ราย และกลุ่มนายทุนที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือผู้ควบคุมกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลอีก 8 ราย
                 คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากปฏิบัติการ “ธัญโวลต์ (ThanyaVolt)” เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 แห่ง ในพื้นที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และสามารถตรวจยึดเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัลพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้รวม 390 เครื่อง โดยผลการตรวจสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พบว่า การลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐคิดเป็นมูลค่าประมาณ 64.37 ล้านบาท จากการขยายผลการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางรายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนายทุนที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ในการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล
              สำหรับเจ้าหน้าที่ กฟภ. ทั้ง 3 ราย มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ รวมถึงความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวยังอาจเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา 
              กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนสอบสวนและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล เพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าในการดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐและส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค ด้านพลังงานของประเทศในวงกว้าง


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ