DSI ร่วมกับตำรวจทางหลวงจับกุมผู้ต้องหาร่วมกับศุภชัยฯ อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฐานฟอกเงิน

เผยแพร่: 28 พ.ค. 2569 10:11 น. ปรับปรุง: 28 พ.ค. 2569 10:12 น. เปิดอ่าน 274 ครั้ง  
 

DSI ร่วมกับตำรวจทางหลวงจับกุมผู้ต้องหาร่วมกับศุภชัยฯอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฐานฟอกเงิน   

   

             วานนี้ (วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 06.30 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวสนธิกำลังกับตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้จับกุม             นายกิตติธัช  (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3126/2568 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกัน                และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ริมทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ในอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ทั้งนี้ เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ   ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

             คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 68/2558  ของกองคดีการฟอกเงินทางอาญา โดยนายกิตติธัช ฯ ผู้ต้องหา  ได้ร่วมกับ นายศุภชัยฯ อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาในคดีทุจริต      และฉ้อโกงประชาชนครั้งใหญ่ของประเทศ ที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยสั่งจำคุกเป็นเวลา 20 ปี  และชดใช้เงินคืนกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท กระทำความผิดโดยหลอกลวงสมาชิกและบุคคลทั่วไปให้หลงเชื่อว่าผลการดำเนินกิจการของสหกรณ์ฯ มั่นคง เพื่อระดมเงินเข้าสู่สหกรณ์ฯ และให้สมาชิกเพิ่มทุนเรือนหุ้นและระดมเงินฝากจากสมาชิกสหกรณ์ที่หวังผลตอบแทนสูงจากการฝากเงินเข้าไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ หลังจากนั้นนายศุภชัยฯ กับพวก จึงนำเงินออกไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ฯ ด้วยวิธีการเบิกเงินสดและการสั่งจ่ายเช็ค โดยเจตนาทุจริตออกไปจากบัญชีเงินฝากธนาคารของสหกรณ์ฯ เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สหกรณ์ฯ
ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสมาชิกไม่สามารเบิกถอนเงินสดจากบัญชีเงินฝากของตนเองได้ 
  

              ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ