DSI ส่งสำนวนฟ้อง 25 ผู้ต้องหา เครือข่ายลักไฟขุดบิตคอยน์ เสียหายกว่า 403 ล้านบาท กฟภ.เดินหน้าฟ้องแพ่งเรียกคืนพร้อมดอกเบี้ย
เผยแพร่: 5 พ.ย. 2569 10:57 น. ปรับปรุง: 5 พ.ย. 2569 10:57 น. เปิดอ่าน 53 ครั้งDSI ส่งสำนวนฟ้อง 25 ผู้ต้องหา เครือข่ายลักไฟขุดบิตคอยน์ เสียหายกว่า 403 ล้านบาท กฟภ.เดินหน้าฟ้องแพ่งเรียกคืนพร้อมดอกเบี้ย


กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 21/2568 จำนวน 17 แฟ้ม 6,924 แผ่น ให้อัยการคดีพิเศษแล้ว กรณี
กลุ่มบุคคลลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
สร้างความเสียหายแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยคณะพนักงานสอบสวนฯ
มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 25 ราย
ในความผิดฐานร่วมกันทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่สองคนขึ้นไป
และร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน
คดีนี้สืบเนื่องจากการดำเนินคดีเครือข่ายของ นายหวัง หยี่เฉิง (Mr. Wang
Yicheng) ชาวจีน กับพวกรวม 25 ราย ซึ่งร่วมกันลักลอบใช้ไฟฟ้าของ
กฟภ.
ประกอบกิจการเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัลโดยดัดแปลงและปรับเปลี่ยนระบบมิเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อหลบเลี่ยงการวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่แท้จริง ทำให้ กฟภ. เสียหายรวม
403,978,555.71 บาท จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวลักลอบใช้ไฟฟ้ารวม 4 แห่ง
เป็นพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร 3 แห่ง และจังหวัดอุทัยธานี 1 แห่ง โดยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568
คณะพนักงานสอบสวนฯ สนธิกำลังเข้าตรวจค้น 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร
พบเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัลรวม 1,848 เครื่อง ได้แก่ ตำบลนาดี 430 เครื่อง
ตำบลบ้านเกาะ 482 เครื่อง และตำบลท่าทราย 936 เครื่อง จากการตรวจสอบพบความผิดปกติของมิเตอร์ไฟฟ้าทั้ง
3 แห่ง คือไม่มีตราตะกั่วผนึกฝาครอบบริเวณจุดต่อสาย
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันการดัดแปลงมิเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และพบการตัดวงจรไฟฟ้าที่เข้ามิเตอร์ทั้งเฟส
A และเฟส C ทำให้มิเตอร์ไม่สามารถตรวจวัดการใช้ไฟฟ้าจริงได้
สร้างความเสียหายแก่ กฟภ. 356,892,480 บาท
(สามร้อยห้าสิบหกล้านแปดแสนเก้าหมื่นสองพันสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน)
โดยพบว่ากระทำผิดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2568
ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขยายผลพบสถานที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าเพิ่มอีก
1 แห่ง ที่หมู่ที่ 9 ตำบลทุ่งโพธิ์ อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี
และเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พบเครื่องขุดเงินสกุลดิจิทัล 587
เครื่อง จากการตรวจสอบพบว่าผู้กระทำผิดต่อสายไฟฟ้าจากหัว Bushing ของหม้อแปลงแรงดันสูงโดยไม่ผ่านมิเตอร์
แล้วลากสายลงดินไปยังหม้อแปลงอีกเครื่อง เพื่อจ่ายไฟให้เครื่องขุดโดยตรง
สร้างความเสียหายเพิ่มอีก 47,086,075.71 บาท (สี่สิบเจ็ดล้านแปดหมื่นหกพันเจ็ดสิบห้าบาทเจ็ดสิบเอ็ดสตางค์)
ในช่วงวันที่ 23 พฤษภาคม ถึง 2 ธันวาคม 2568 เมื่อรวมทั้ง 4 แห่ง ความเสียหายของ
กฟภ. อยู่ที่ 403,978,555.71 บาท
(สี่ร้อยสามล้านเก้าแสนเจ็ดหมื่นแปดพันห้าร้อยห้าสิบห้าบาทเจ็ดสิบเอ็ดสตางค์) จากการสืบสวนขยายผลพบว่าเครือข่ายดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ
ประกอบด้วยกลุ่มนายทุนผู้บริหารจัดการ
กลุ่มผู้จัดหาหรือเช่าสถานที่ติดตั้งเครื่องขุด
กลุ่มผู้ดูแลระบบเหมืองและเปิดบัญชีธนาคารรับเงินจากการกระทำผิด
และกลุ่มผู้ถอนเงินสดส่งให้นายทุน หรือนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามคำสั่ง
ในส่วนเส้นทางการเงิน พบว่าเงินสกุลดิจิทัลจากการขุดถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหา
ก่อนถอนเป็นเงินสดหรือโอนเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่ามหาศาล
ซึ่งเข้าข่ายเป็นการโอน รับโอน
หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อันอาจเป็นความผิดฐานฟอกเงิน
สำหรับความคืบหน้าด้านคดีอาญา
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสอบสวนและมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาครบทั้ง 25 รายแล้ว
ส่วนคดีแพ่ง กฟภ.
ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจากบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารขอใช้มิเตอร์ของสถานที่เกิดเหตุ
โดยเรียกเป็นรายบุคคลในวงเงินหลายสิบล้านบาท
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองคริปโตหรือบิตคอยน์ โดยเฉพาะการดัดแปลงมิเตอร์และต่อสายไฟโดยไม่ผ่านระบบตรวจวัด ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายแก่รัฐแล้ว ยังเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจร ความร้อนสะสม และอัคคีภัยที่กระทบชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหากประชาชนพบสิ่งผิดปกติ เช่น การใช้ไฟฟ้าปริมาณมากผิดสังเกต สายไฟหรืออุปกรณ์ที่ถูกดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือระบบจ่ายไฟผิดปกติ สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว










