ดีเอสไอแจงคำพิพากษาศาลอาญา “ขบวนการอ้างหวยล็อค” คุก 20 ปี ยึดทรัพย์กว่า 20 รายการมูลค่ามหาศาล

เผยแพร่: 7 ก.พ. 2566 9:22 น. ปรับรุง: 22 ก.พ. 2566 10:24 น. เปิดอ่าน 1463 ครั้ง  
 

ดีเอสไอแจงคำพิพากษาศาลอาญา “ขบวนการอ้างหวยล็อค”
คุก 20 ปี ยึดทรัพย์กว่า 20 รายการมูลค่ามหาศาล


         สืบเนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ให้สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการหลอกลวงประชาชนผ่านระบบออนไลน์ว่าสามารถให้เลขล็อครางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเป็นเหตุให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวงเสียไปซึ่งทรัพย์สินและได้รับความเสียหายจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวอันเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
         จากการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 981/2564        เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 นั้น  โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้กระทำความผิด พร้อมกับดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ฉ้อโกงประชาชน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปลอมหรือเป็นเท็จ และความผิดฐานฟอกเงิน พร้อมกับได้มีการยึดอายัดของกลาง บ้านและที่ดิน รถยนต์ เงินสดกว่า 4 ล้านบาท ตลอดจนทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวข้อง
         ล่าสุด ศาลอาญามีคำพิพากษาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.1951/2564    ว่าจำเลยมีความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรืออันเป็นเท็จ ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้     เพื่อเบิกถอนเงินสดโดยมิชอบและฟอกเงิน รวมจำคุก 46 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้จำคุก   20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) และริบของกลางลำดับที่ 1 ถึง 11, 17, 22, 26 ถึง 32, 55, 88 ถึง 90 ตามบัญชีของกลางคดีอาญา ในส่วนทรัพย์สินอื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน ต่อไป 
         โดยในขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงดังกล่าว หากประชาชนรายใดถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกันและได้รับความเสียหายสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หรือ สายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ