DSI รับมอบภารกิจสืบสวนเพื่อต่อต้าน Fake News

2 พฤษภาคม 2564 9:29 น. เปิดอ่าน 285 ครั้ง  
 

DSI รับมอบภารกิจสืบสวนเพื่อต่อต้าน Fake News

 

       ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19)  ในประเทศไทยที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ดังกล่าว ปรากฏมีบุคคลหรือคณะบุคคล ได้นำเข้าข้อมูลข่าวสารสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมีการบิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และยังก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน โดยในบางกรณีมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดจากการส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จเหล่านั้น
        พันตำรวจโท กรวัชร์  ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีนโยบายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษจัดตั้งศูนย์สืบสวนและต่อต้านข่าวสารอันเป็นเท็จในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อสนับสนุนภารกิจในการสืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ในการพิจารณาดำเนินคดีพิเศษหรือคดีอาญาอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ พันตำรวจโท วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และนางสาวรัศมี สีตลวรางค์ ผู้อำนวยการส่วนคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 เป็นเลขานุการศูนย์ฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป
โดย คณะทำงานประจำศูนย์ฯ จะดำเนินการภายใต้กรอบภารกิจ ดังนี้ 
          (1) สืบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่ามีบุคคลหรือคณะบุคคลร่วมกันเป็นขบวนการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอม ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจที่ถูกต้องของประชาชน อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดกฎหมายที่เป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 หรือกฎหมายอื่น หรือไม่ อย่างไร 
         (2) รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้จากการสืบสวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริงรายงานให้กระทรวงยุติธรรม เพื่อเป็นข้อมูลและรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อทราบ 
         (3) สนับสนุนข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนให้หน่วยงานภาครัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และประสานข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand)