อธิบดี DSI มีความเห็นควรสั่งฟ้อง 5 นายหน้าหลอกลวงหญิงไทย ไปทำงานในแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

เผยแพร่: 12 ม.ค. 2567 16:46 น. ปรับรุง: 12 ม.ค. 2567 16:46 น. เปิดอ่าน 610 ครั้ง  
 

อธิบดี DSI มีความเห็นควรสั่งฟ้อง 5 นายหน้าหลอกลวงหญิงไทย ไปทำงานในแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ที่แขวงบ่อแก้ว

ประเทศลาวในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์


             ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 225/2565 กรณี มูลนิธิพิทักษ์สตรี (Alliance Anti Trafic (AAT)) ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายอาสาสมัคร กรณีมีหญิงไทยจำนวน 3 คน ร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีนายหน้าเป็นหญิงไทยและสามีชาวมาเลเซีย หลอกลวงนำไปแสวงหาประโยชน์ในลักษณะบังคับใช้แรงงานให้ทำงานเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โรมานซ์สแกรม ชักชวนเหยื่อให้ลงทุน อันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นั้น

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการค้ามนุษย์ ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเสร็จสิ้น และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นควรสั่งฟ้อง นางสาวพิมพา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหากับพวก รวม 5 ราย ในความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงาน การเอาคนลงเป็นทาสหรือมีลักษณะคล้ายทาส และการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และผู้สมคบคนหนึ่งคนใด ได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปหรือโดยสมาชิกองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การเอาคนลงเป็นทาสหรือมีลักษณะคล้ายทาส และการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันเป็นการกระทำเพื่อให้ผู้เสียหายที่ถูกพามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 มาตรา 320 ประกอบมาตรา 83

          คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำส่งสำนวนคดีพิเศษให้กับพนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์เมื่อวันที่ 11 มกราคม  2567 พร้อมตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ที่ได้จับกุมตัว เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ขณะนี้ฝากขัง ณ ศาลอาญา ส่วนผู้ต้องหาอีก จำนวน 3 ราย หลบหนี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติ    ศาลอาญาออกหมายจับไว้แล้วและจะดำเนินการติดตามจับกุมมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป     



ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ