DSI จับกุมตัวผู้ต้องหาค้ามนุษย์กรณีหลอกลวงหญิงไทยไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

6 พฤศจิกายน 2562 18:54 น. เปิดอ่าน 451 ครั้ง  
 

DSI จับกุมตัวผู้ต้องหาค้ามนุษย์กรณีหลอกลวงหญิงไทยไปบังคับค้าประเวณีที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับข้อมูลจากองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ว่ามีหญิงไทยถูกหลอกลวงไปบังคับค้าประเวณี ณ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยหลอกลวงว่าจะเดินทางไปทำงานนวดแผนไทย แต่เมื่อเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้วกลับมีการยึดหนังสือเดินทาง และบังคับให้ค้าประเวณี ต่อมาผู้เสียหายได้ขอความช่วยเหลือจากองค์กรพัฒนาเอกชน ก่อนส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการต่อไป

พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตระหนักถึงกรณีปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการให้กองคดีการค้ามนุษย์ โดย พันตำรวจโท สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ ดำเนินการในกรณีนี้อย่างเด็ดขาด จนนำไปสู่การขออนุมัติเป็นคดีพิเศษ (คดีพิเศษที่ 143/2561) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย เป็นหญิงชาวไทยจำนวน 2 ราย และชายชาวจีน จำนวน 1 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ได้จำนวน 1 ราย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้เพิ่มเติมอีกจำนวน 1 ราย ในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย ในข้อหาสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกันโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใดโดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ฯลฯ โดยผู้ต้องหาดังกล่าวได้ชักชวนผู้เสียหายเดินทางไปทำงานนวดแผนไทยที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยอ้างว่า มีรายได้ดี ไม่มีการบังคับค้าประเวณีแต่อย่างใด แต่เมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงแล้วกลับตกอยู่ในสภาพถูกบังคับให้ทำงานค้าประเวณี และถูกเจ้าของร้านยึดหนังสือเดินทาง อีกทั้งยังต้องตกอยู่ในสภาพหนี้สินที่แอบแฝงมา
ในรูปแบบต่าง ๆ โดยก่อนที่จะเดินทางผู้เสียหายไม่เคยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวมาก่อน หากผู้เสียหายไม่ยอมทำงานค้าประเวณีก็จะไม่มีเงินดำรงชีพ เนื่องจากทางร้านจะไม่จ่ายเงินค่าจ้างสำหรับการนวดแผนไทยเพียงอย่างเดียวให้กับพนักงานในทันที แต่จะจ่ายค่าจ้างในการทำงานนวดเป็นสลิปเพื่อรวบรวมไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดครั้งละประมาณ 2 - 3 เดือน ผู้เสียหายจำต้องทำงานค้าประเวณีเพื่อความจำเป็นในการดำรงชีวิต และไม่สามารถหลบหนีได้ เนื่องจากถูกยึดหนังสือเดินทางและไม่มีเงินติดตัว ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวน
คดีพิเศษจะดำเนินการขยายผลจับกุมตัวผู้ต้องหาที่เหลือและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

กรมสอบสวนคดีพิเศษมีความมุ่งมั่นในการสืบสวน สอบสวน ป้องกันและปราบปรามคดีด้านการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง จึงขอแจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลซึ่งเป็นนายหน้าอ้างว่ามีงานนวดแผนไทยในต่างประเทศมีรายได้ดี อยู่กินสุขสบาย ไม่มีการบังคับขายบริการทางเพศ อาทิ ประเทศเกาหลี ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศบาห์เรน เป็นต้น ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือทางสายด่วน 1202 (โทรฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ


 

คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ

6 พฤศจิกายน 2562

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ