DSI ส่งสำนวนสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป ยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 250 ล้านบาท
เผยแพร่: 20 เม.ย. 2569 18:37 น. ปรับปรุง: 20 เม.ย. 2569 19:17 น. เปิดอ่าน 95 ครั้งDSI ส่งสำนวนสั่งฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีแชร์ลูกโซ่ พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป ยึดอายัดทรัพย์สินกว่า 250 ล้านบาท
วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 พันตำรวจโท อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอกหญิง อัศนีย์ รอดน้อย ผู้อำนวยการส่วนคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ 3 และคณะพนักงานสอบสวน นำส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 290/2565 จำนวน 161 แฟ้ม กรณี บริษัท พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป จำกัด กับพวกได้ร่วมกันหลอกลวง ชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมลงทุนทำการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Crypto currency) และทำเหมืองขุดบิตคอยน์ (Bitcoin) โดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนในอัตรา ร้อยละ 69 - 419 ต่อปี มีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ กรุ๊ป จำกัด กับพวก รวม 8 ราย โดยผู้ต้องหา 5 ราย ได้หลบหนีและศาลได้อนุมัติหมายจับและประกาศ สืบจับไว้แล้ว ในความผิดฐาน “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไปส่งมอบให้แก่พนักงานอัยการพิเศษ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อให้พนักงานอัยการมีความเห็นทางคดีต่อไป
ในคดีนี้ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหาไว้ หลายรายการ อาทิ เงินฝากในบัญชีธนาคาร สินทรัพย์ดิจิทัล กรมธรรม์ประกันชีวิต บ้าน ที่ดินตามโฉนด ห้องชุด รถยนต์หรูหลายยี่ห้อ เช่น BENTLEY, PORSCHE, FERRARI, LAMBORGHINI, BMW รถจักรยานยนต์หรูยี่ห้อ HARLEY DAVIDSON, INDIAN ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย.229/2568 และที่ ย.263/2568 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว เพื่อดำเนินการมาตรการทางแพ่งเพื่อเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย รวมจำนวนทั้งสิ้น 264 รายการ รวมมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษให้มีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เป็นนโยบายหลักของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสอบสวนคดีพิเศษและให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ศรัทธาของสังคมในการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารองค์การมีความยั่งยืนตามหลักธรรมมาภิบาลต่อไป







