คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้ DSI สอบสวนดำเนินคดีกับขบวนการฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันในช่วงวิกฤติตะวันออกกลางเป็นคดีพิเศษ

เผยแพร่: 9 เม.ย. 2569 17:35 น. ปรับปรุง: 9 เม.ย. 2569 18:07 น. เปิดอ่าน 64 ครั้ง  
 

คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้ 

DSI สอบสวนดำเนินคดีกับขบวนการฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันในช่วงวิกฤติตะวันออกกลางเป็นคดีพิเศษ



            ในวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569) เวลา 14.00 น. ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรรมการและเลขานุการ และคณะกรรมการคดีพิเศษโดยตำแหน่งและผู้ทรงคุณวุฒิ การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกของปี พ.ศ. 2569 โดยผลการประชุมมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

          1. ที่ประชุมมีมติรับทราบ รายงานผลความคืบหน้าคดีสำคัญ ได้แก่ กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคล ที่กระทำความผิดเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

          2. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 2 เรื่อง

          2.1 ให้ออกประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 10 ) พ.ศ. .... เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดยกำหนดรายละเอียดลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษของกฎหมาย เพิ่มเติม 3 เรื่อง ได้แก่ (1) คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (2) กฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ (3) กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

          2.2 มีมติเป็นเอกฉันท์ รับ กรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบ เป็นคดีพิเศษ

         โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนคดีเป็นคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2)แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และมารายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมทราบ


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ