DSI สนธิกำลัง ตม. จับกุมหญิงสิงคโปร์ เครือข่ายนอมินี ทำธุรกิจเกาะสมุย

เผยแพร่: 6 พ.ค. 2569 14:51 น. ปรับปรุง: 6 พ.ค. 2569 14:51 น. เปิดอ่าน 23 ครั้ง  
 

DSI สนธิกำลัง ตม. จับกุมหญิงสิงคโปร์ เครือข่ายนอมินี ทำธุรกิจเกาะสมุย


เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา ประมาณ 19.50 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวได้สนธิกำลังกับ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี จับกุมตัว นางเจนิส (สงวนนามสกุล) สัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2251/2559 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจ โดยไม่ได้รับอนุญาต  เป็นคนต่างด้าว ร่วมกันยินยอม ให้ผู้มีสัญชาติไทยช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยง หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ 2542 และประมวลกฎหมายอาญา และหมายจับศาลอาญาที่ 2253/2559 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569   ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิด เป็นคนต่างด้าว ร่วมกันประกอบธุรกิจ โดยไม่ได้รับอนุญาต  เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทย ช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย และเป็นกรรมการหุ้นส่วนหรือผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจ กับการกระทำความผิดที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิด หรือมิได้จัดการตามสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดนั้นตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ 2542 และประมวลกฎหมายอาญา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสนามบินนานาชาติสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียง อย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และได้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว (ปท.1) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายพ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

   คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 8/2567 ของกองคดีความมั่นคง โดยนางเจนิสฯ มีพฤติการณ์ เป็นกรรมการบริษัทในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดการให้คนไทยมาเป็นนอมินีจัดตั้งบริษัท และประกอบกิจการที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และพนักงาสอบสวนคดีีพิเศษได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ เป็นไปตามข้อสั่งการของพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ