DSI สนธิกำลัง ตชด.ภาค 2 จับกุม 2 ผู้ต้องหาลักลอบขนไอซ์ 316 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
เผยแพร่: 19 ม.ค. 2569 14:11 น. ปรับปรุง: 19 ม.ค. 2569 14:11 น. เปิดอ่าน 40 ครั้งDSI สนธิกำลัง ตชด.ภาค 2 จับกุม 2 ผู้ต้องหาลักลอบขนไอซ์ 316 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ร่วมแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายขนยาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ได้ของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวม 316 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 และชุดปฏิบัติการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก จากจังหวัดมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศ จึงได้เฝ้าระวังติดตาม เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามจนมาถึงบริเวณตลาดเทศบาลสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร จึงได้สกัดกั้นและแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น จากการตรวจค้นพบผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายรุ่งศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี และนายกฤตภสพ (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 8 กระสอบ น้ำหนักรวม 316 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามตามนโยบายของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สร้างความปลอดภัยทางสังคม ชุมชน ครอบครัวฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีสอบสวนคดีพิเศษ (3) ได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการคดีพิเศษร่วมขับเคลื่อนตัวชี้วัดโครงการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด แผนงานบูรณาการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569
พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค จึงได้สั่งการให้ทุกส่วน/ศูนย์ฯ ในสังกัดทำการสืบสวนรวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริง และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก เพื่อขับเคลื่อนภารกิจในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว เป็นการบูรณาการสนับสนุนและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการสืบสวน ระหว่างศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 หน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ในการป้องกันปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด









