รมว.ยุติธรรม เปิดประชุมคณะอนุฯ ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ฯ สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน ยกระดับบังคับใช้กฎหมายทุกมิติ พร้อมมอบ DSI รวบรวมผลดำเนินงานเสนอรัฐบาล

เผยแพร่: 21 ก.ค. 2569 15:23 น. ปรับปรุง: 21 ก.ค. 2569 15:23 น. เปิดอ่าน 42 ครั้ง  
 

          วานนี้ (วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.30 น. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวรวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะอนุกรรมการฯ จากหน่วยงานต่าง ๆ และ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม

           ในการนี้ ที่ประชุมรับทราบคำสั่งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ 2/2569 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ รวมทั้งคำสั่งแต่งตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดดังกล่าว  ซึ่งประกอบด้วยคณะอนุกรรมการจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หน่วยงานด้านการปกครอง การคุ้มครองทรัพยากรของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การฟอกเงิน อาชญากรรมข้ามชาติ ความผิดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ตลอดจนพิจารณาข้อเสนอแนะและแนวทางการป้องกันปราบปรามในระยะต่อไป

           โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบนโยบายให้ชุดปฏิบัติการและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเร่งขับเคลื่อนภารกิจตามอำนาจหน้าที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมเน้นย้ำการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร   และการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ควบคู่กับการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตลอดจนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้รายงานผลการปฏิบัติงานเป็นรายไตรมาส โดยมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมผลการดำเนินงานในภาพรวม นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อโปรดทราบต่อไป



ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ