DSI ร่วมปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ขยายผลปราบปรามขบวนการทุจริตให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทย

เผยแพร่: 23 ม.ค. 2569 10:28 น. ปรับปรุง: 23 ม.ค. 2569 10:38 น. เปิดอ่าน 173 ครั้ง  
 

DSI ร่วมปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว”

ขยายผลปราบปรามขบวนการทุจริตให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทย


          วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569) ภายใต้การอำนวยการของพันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ พันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนที่ 132/2568  พร้อมด้วย นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ซึ่งเป็นคณะพนักงานสืบสวนที่ 132/2568 ร่วมลงพื้นที่ปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ปราบปรามขบวนการทุจริตให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทยในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ 4 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย นำโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต.จำรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นายจรงค์ เกราะเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และ นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกัน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 (สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 5)

          การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้มีที่มาจากการสืบสวนขยายผลความเชื่อมโยงจากผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุม กรณีสวมสิทธิบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้ง 4 หน่วยงานก่อนหน้านี้ โดยบุคคลดังกล่าวมีหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ได้ทำบัตรประจำตัวครั้งแรกโดยทุจริตและย้ายทะเบียนบ้านจากอำเภอเวียงแหง เข้าทะเบียนบ้านที่อำเภอเชียงดาว โดยชุดปฏิบัติการได้ตรวจพบข้อพิรุธสำคัญที่อาจเข้าข่ายทุจริตทางทะเบียนราษฎร เช่น การใช้เอกสารหลักฐานการเกิดอันเป็นเท็จ การปลอมแปลงลายมือชื่อพยานรับรอง รวมถึงจากการตรวจสอบภาพใบหน้า พบความเชื่อมโยงที่น่าเชื่อได้ว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน และมีหนังสือเดินทางจีน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือเพื่อยืนยันตัวบุคคลอย่างเป็นทางการ การจัดทำบัตรประชาชนครั้งแรกในขณะที่มีอายุค่อนข้างมากซึ่งพบว่ามีจำนวนหลายรายและมีลักษณะผิดปกติ จึงส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบข้อมูล ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรมและศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้ร่วมกันจัดทำข้อมูลทางการข่าวและตรวจสอบประวัติบุคคลต้องสงสัยในเชิงลึก พบว่ามีบุคคลสัญชาติจีนที่มีหมายจับของตำรวจสากล (Interpol) ปรากฏอยู่ในทะเบียนราษฎรของอำเภอเชียงดาวด้วย จากการตรวจสอบทั้งหมดพบพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ชุดปฏิบัติการสืบสวน กรมการปกครอง ได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จากนั้นพนักงานสอบสวน จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 และต่อมาศาลฯ ได้อนุมัติหมายจับบุคคล จำนวน 6 ราย ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 ประกอบมาตรา 83 อีกทั้ง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ได้อนุมัติหมายค้น จำนวน 3 แห่ง ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของบุคคลที่ถูกออกหมายจับ

          ในวันนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมดังกล่าว ปรากฏผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน 5 ราย ได้แก่

          (1) ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว

          (2) ปลัดอำเภอกลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว

          (3) ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว

          (4) ลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว

          (5) ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง

          ตรวจค้นที่พักอาศัยของบุคคลตามหมายจับ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่

          (1) บ้านเลขที่ 299 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่นะ ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของลูกจ้างงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องสงสัย

          (2) อาคารห้องพักข้าราชการอำเภอเชียงดาว ชั้น 4 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของต้องสงสัย

          (3) อาคารห้องพักข้าราชการอำเภอเชียงดาว ชั้น 3 ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของปลัดอำเภอกลุ่มงานทะเบียนและบัตร อำเภอเชียงดาว ผลการตรวจค้นพบสมุดบัญชีธนาคาร อาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอก เอกสารใบคำขอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ในห้วงปี พ.ศ. 2555 จำนวนกว่า 200 รายการ ซุกซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนของเป้าหมายตรวจค้น เงินสดจำนวน 101,000 บาท ถูกซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้องพัก

          ทั้งนี้ จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ ระหว่างสำนักทะเบียนอำเภอเชียงดาว สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเมืองนะ และสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง อันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจเกี่ยวข้องกับการสวมตัวทำบัตรประชาชนคนสัญชาติไทยของเครือข่ายจีนเทา การสวมสิทธิบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรี การนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ในเขตอำเภอเชียงดาว หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน การคืนรายการบุคคลที่ถูกจำหน่าย ซึ่งน่าจะไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย เป็นต้น ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรมและศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 หน่วยงานเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ