DSI ร่วม ปปง. เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ลงพื้นที่ 10 จุด 4 จังหวัดรวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานโยงนักการเมืองดัง เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

เผยแพร่: 6 มี.ค. 2569 15:23 น. ปรับปรุง: 6 มี.ค. 2569 15:33 น. เปิดอ่าน 129 ครั้ง  
 

DSI ร่วม ปปง. เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ลงพื้นที่ 10 จุด 4 จังหวัด

รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานโยงนักการเมืองดัง เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท



                 ตามที่คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มุ่งเน้นการปราบปรามเครือข่ายการพนันออนไลน์และการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันทุกรูปแบบอย่างจริงจัง พร้อมบูรณาการการใช้กฎหมายพิเศษเพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีให้มีความต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม

                   สืบเนื่องจากปี 2566 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินของเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ คดีพิเศษที่ 5/2566 กรณีการสอบสวนเว็บพนันออนไลน์ “AK47MAX” ช่องทาง www.ak47max.com ซึ่งเป็นสำนวนคดีพิเศษเดิมของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เคยดำเนินการโดย กองคดียาเสพติดโดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน 36 ราย ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีได้จำนวน 24 ราย  ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ขณะที่อีก 12 รายยังคงหลบหนี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ทั้งนี้ จากการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนประมาณ 39 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงกับ นายชนนพัฒฐ์ (สงวนนามสกุล) นักการเมืองรายหนึ่ง ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขยายผลการสืบสวนตามเส้นทางการเงินดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ พบว่าแม้จะถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังคงมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดิมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยพบกระแสเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีผู้ต้องหารายเดิมที่กลับมากระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 5 ราย จึงแยกเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 และได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 25 ราย สำหรับกรณีของนายชนนพัฒฐ์ฯ ได้มีการยื่นขออนุมัติหมายจับเช่นกัน แต่ให้ออกเป็นหมายเรียกก่อน

                    ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับกองคดียาเสพติด ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 9 และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและติดตามจากกลุ่มบุคคลตามหมายจับ จำนวน 10 จุด ได้แก่ จังหวัดสงขลา 5 จุด จังหวัดปทุมธานี 1 จุด จังหวัดนนทบุรี 2 จุด และกรุงเทพมหานคร 2 จุด  โดยการปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง การตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ  ส่วนที่สอง การตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และส่วนที่สาม การตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากคดีเดิมที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นางสาวนารีรัตน์ (สงวนนามสกุล)  ในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือจัดอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน 

                 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายรายการที่สามารถเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ฯ เช่น คลิปเสียงการสนทนา เป็นต้น นอกจากนี้ จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายชนนพัฒฐ์ในจังหวัดสงขลา ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการตกแต่งบัญชีภาษี โดยมีการกล่าวถึงนางสาวเร (สงวนนามสกุล) ในข้อความสนทนา พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในโฉนดที่ดิน รวมทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 9 ใบ มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเพิ่มเติมที่ยืนยันการครอบครองและการถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์ฯ โดยทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งมูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปปง.ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทที่ให้บริการเปิดบัญชีต่าง ๆ พบว่าสถานที่ที่เกี่ยวข้องไม่สอดคล้องกับรายละเอียดการจดทะเบียนบริษัทที่เคยแจ้งไว้

                  สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีการจับกุม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมตัวทุกราย จึงขอให้ผู้ต้องหาที่หลบหนีเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในการรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการสอบสวนต่อไป






เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ