คำพิพากษา กรณีหลอกลวงแรงงานกัมพูชาไปบังคับใช้แรงงานในเรือประมง ในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย (คดีพิเศษที่ 12/2561


เปิดอ่าน 371
คำพิพากษา กรณีหลอกลวงแรงงานกัมพูชาไปบังคับใช้แรงงานในเรือประมง
ในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย (คดีพิเศษที่ 12/2561)
 
 
          เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ คพ 24/2562 ซึ่งเป็นคดีหลอกลวงแรงงานชาวกัมพูชาไปบังคับใช้แรงงานบนเรือประมงในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบกัน จำคุก 3 ปี ฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปประทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ร่วมกันข่มขืนใจหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นการกระทำกรรมเดียวมีความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ลงโทษจำคุกจำเลยเป็นจำนวน 6 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายแก่โจทก์ร่วมที่ 1 จำนวน 504,000 บาท โจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 504,500 บาท โจทก์ร่วมที่ 3 จำนวน 524,000 บาท และโจทก์ร่วมที่ 4 จำนวน 523,500 บาท และโจทก์ร่วมที่ 5 จำนวน 540,200 บาท 
 
           กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับข้อมูลจากองค์การยุติธรรมนานาชาติ (International Justice Mission (IJM) ว่ามีแรงงานชาวกัมพูชาถูกหลอกลวงไปบังคับใช้แรงงานบนเรือประมงในน่านน้ำสหพันธรัฐมาเลเซีย โดยเดินทางจากกัมพูชามาขึ้นเรือประมงที่ อำเภอปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งหลอกลวงว่าทำงานสบายและมีรายได้ดี แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เป็นการบังคับใช้แรงงาน ให้ทำงานอย่างหนักบนเรือประมง มีสภาพกักขังไม่สามารถหลบหนีได้ รวมทั้งมีการทำร้ายร่างกายบนเรือประมง จนกระทั่งผู้เสียหายหลบหนีออกมาจากท่าเรือของสหพันธรัฐมาเลเซีย ก่อนเดินทางไปยังสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศมาเลเซีย ให้การช่วยเหลือพาส่งกลับประเทศ
 
           พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่าปัญหาการค้ามนุษย์เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการให้กองคดีการค้ามนุษย์ ดำเนินการในกรณีนี้อย่างเด็ดขาด จนนำไปสู่การขออนุมัติเป็นคดีพิเศษ (คดีพิเศษที่ 12/2561)  โดยได้สั่งการให้คณะพนักงานสอบสวนทำการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งประสานงานสถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานอัยการ ประจำราชอาณาจักรกัมพูชาจึงทราบว่าในคดีดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะขบวนการอาชญากรรม ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว นำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ทั้งหมดเป็นบุคคลสัญชาติกัมพูชา  การดำเนินการของคณะพนักงานสอบสวนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 1 ราย ส่วนอีกสามรายต้องคำพิพากษาจำคุกอยู่ที่ราชอาณาจักรกัมพูชา อยู่ระหว่างการดำเนินการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน 
 
           กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความมุ่งมั่นในการสืบสวน สอบสวน ป้องกันและปราบปรามคดีด้านการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ สามารถแจ้งมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 หรือทางสายด่วน “1202” (โทรฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ
*********************

 

ข่าวล่าสุด


ข่าวที่น่าสนใจ