DSI สนธิกำลังพันธมิตรปูพรมตรวจค้นจับกุมการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั่วประเทศ


เปิดอ่าน 256

DSI สนธิกำลังพันธมิตรปูพรมตรวจค้นจับกุมการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั่วประเทศ

 

 

           ด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำต่อเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ในมิติการล่วงละเมิดทางเพศและการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กบนอินเทอร์เน็ต และได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีชั้นสูงที่ใช้ในการสืบสวนจากหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักร (National Crime Agency – NCA) และสำนักงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation - FBI) พร้อมด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจเนเธอร์แลนด์ (Netherlands Police) ในการพัฒนาบุคลากรด้านการสืบสวนทางไซเบอร์ ภายใต้โครงการ “ลงมือทำ : การต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในธุรกิจท่องเที่ยว” ด้วยการสืบค้นหาข้อมูลส่งต่อเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กบนอินเทอร์เน็ต

           จากการปฏิบัติงานสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับหน่วยงานด้านการข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง พบจุดที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า เป็นแหล่งสำคัญในการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กบนอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยหลายจุด ซึ่งจากการกลั่นกรองและรวบรวมพยานหลักฐานสามารถกำหนดพื้นที่ ในเบื้องต้นได้จำนวน 16 จุด กระจายตามภาคต่าง ๆ ของประเทศ โดยมีผู้ต้องสงสัยทั้งคนไทยและต่างชาติที่เกี่ยวข้อง อันเป็นความผิดฐานครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และบางรายอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ด้วย ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สนธิกำลังกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อวางแผนในการตรวจค้น ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นจุดดังกล่าว และศาลได้อนุมัติหมายค้นดังกล่าวทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 หน่วยงานที่ร่วมสนธิกำลังได้แบ่งกำลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 16 จุด โดยมีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ เข้าร่วมสังเกตการณ์ปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย เช่น สำนักงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation - FBI) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations - HSI) และสำนักงานตำรวจเนเธอร์แลนด์ (Netherlands Police) เป็นต้น ผลการตรวจค้น พบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการกระทำความผิดทั้งหมด 11 จุด ใน 9 จังหวัด ประกอบด้วย กำแพงเพชร 1 จุด ปทุมธานี 1 จุด นนทบุรี 1 จุด ภูเก็ต 2 จุด สงขลา 1 จุด สุโขทัย 1 จุด พิษณุโลก 1 จุด ฉะเชิงเทรา 1 จุด และเมืองพัทยา ชลบุรี 2 จุด ตรวจยึดวัตถุพยานทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 19 ชิ้นไว้เป็นหลักฐาน ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 9 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง และฮาร์ดดิสก์สำหรับเก็บข้อมูล จำนวน 4 ตัว และมีการจับกุมผู้กระทำความผิดรวม 6 ราย ในข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น พบไฟล์สื่อลามกอนาจารเด็ก เป็นจำนวนมากกว่า 1,000 ไฟล์ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

          โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จะทำการตรวจสอบวิเคราะห์พยานหลักฐานทางอิเล็อทรอนิกส์ที่ตรวจยึดได้ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี และขยายผลการสืบสวนสอบสวน โดยจะประสานข้อมูลต่าง ๆ ให้พนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป อีกทั้ง จะได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดต่อไป

          กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก มีความผิด มีโทษจำคุก แม้จะไม่ได้ส่งต่อให้แก่ผู้อื่นก็มีความผิดแล้ว จึงขออย่าได้กระทำผิดในเรื่องนี้หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนี้

 

*************************************************

ข่าวล่าสุด


ข่าวที่น่าสนใจ