DSI แถลงยืนยันแม้การชุมนุมในภาพรวมอาจจะชอบด้วยกฎหมาย แต่การกระทำของแกนนำทั้ง 38 คน เป็นความผิดแยกส่วนเฉพาะ

22 ธันวาคม 2556 14:52 น. เปิดอ่าน 317 ครั้ง  
 

ข่าวดีเอสไอ

DSI แถลงยืนยันแม้การชุมนุมในภาพรวมอาจจะชอบด้วยกฎหมาย

แต่การกระทำของแกนนำทั้ง 38 คน เป็นความผิดแยกส่วนเฉพาะ และการที่แกนนำพากลุ่มคน

ไปประท้วงขับไล่ทูตสหรัฐอเมริกานั้นผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีและแจ้งข้อหาเพิ่ม

 

 

          วันนี้ (22 ธันวาคม 2556) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของ DSI ว่าที่ประชุมเห็นสมควรแจ้งมติที่ประชุมให้สาธารณชนได้รับทราบ 2 ประการ คือ

 

          ประการที่ 1 แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าการชุมนุมในภาพรวมที่ปรากฎอยู่ในขณะนี้ อาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย (ซึ่งมีการอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนั้น) แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษขอยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาดำเนินคดีกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกแกนนำหลักทั้ง 38 คน โดยพิจารณาจากการกระทำผิดที่แยกส่วนเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นความรับผิดของแกนนำโดยไม่เกี่ยวกับประชาชนที่ไปร่วมชุมนุม อาทิเช่น การขึ้นปราศรัย ปลุกระดมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย การสั่งให้รัฐบาลเลิกปฏิบัติหน้าที่ การยุยงให้ข้าราชการ พนักงานหยุดการปฏิบัติงานและหยุดงาน การสั่งให้ตำรวจหยุดการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งให้ประชาชนหยุดการเสียภาษี การนำพากลุ่มคนไปบุกรุกปิดล้อมสถานที่ราชการ สถานีโทรทัศน์ และหน่วยงานของรัฐจำนวนหลายแห่ง และการกระทำอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย สอดคล้องกับการที่ศาลอาญาได้วินิจฉัยไม่ให้เพิกถอนหมายจับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และหมายเรียกแกนนำคนอื่น ๆ

 

          ดังนั้น การที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีหมายเรียกให้แกนนำทั้ง 37 คน (ยกเว้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว) ต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหา และได้แจ้งธนาคารทุกแห่งตรวจสอบบัญชีเงินฝากทั้ง 38 คน หากพบให้จัดทำสำเนาการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน ส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และทำการอายัดการทำธุรกรรมนั้น เป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามความเหมาะสมและความจำเป็นที่พึงต้องกระทำ ทั้งนี้ก็เพื่อตรวจสอบแล้วใช้เป็นพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาแต่ละรายจะได้รับการสนับสนุนเงินจากใคร หรือกลุ่มทุนใดมาสนับสนุนการกระทำผิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีแกนนำทั้ง 38 คน และกลุ่มทุน (ท่อน้ำเลี้ยง) ที่สนับสนุนด้วย

 

          สำหรับข้อกล่าวหาหรือฐานความผิดที่ศาลได้ออกหมายจับไว้ และสั่งให้ออกหมายเรียกแก่ผู้ต้องหานั้น มีข้อกล่าวหาหรือฐานความผิดที่นับว่าร้ายแรงและมีโทษสูง ได้แก่

          1. ฐานล้มล้างอำนาจการบริหาร หรือเพื่อให้ใช้อำนาจดังกล่าวไม่ได้ (เป็นกบฎ)  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113

          2. ฐานกระทำการยุยง ส่งเสริม เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

          3. ฐานกระทำการมั่วสุมกันเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 เป็นต้น

 

          ประการที่ 2 การที่นายนิติธร ล้ำเหลือ กับพวกที่เป็นแกนนำ ได้นำเอาฝูงชนไปประท้วงที่ด้านหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2556 โดยมีการปราศัยและยกป้ายขับไล่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ด้วยถ้อยคำที่เหยียดหยามและกล่าวให้ร้ายนั้น เข้าข่ายเป็นการกระทำผิด  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 134 คือความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้ดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับ นายนิติธร ล้ำเหลือ กับแกนนำหลัก เพิ่มเติมจากข้อกล่าวหาเดิมอีกด้วย ซึ่งหาก นายนิติธรฯ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเดิม (หรือภายหน้าอาจถูกจับกุมตามหมายจับ) ก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องนี้เพิ่มเติมทันที

 

-------------------------------------------------------------------