DSI ต่อยอดโมเดล "ReConNext" ผนึกกำลัง UNODC ภาคีเครือข่ายนานาชาติยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ณ เมืองประวัติศาสตร์อยุธยา
เผยแพร่: 4 เม.ย. 2569 10:29 น. ปรับปรุง: 4 เม.ย. 2569 10:39 น. เปิดอ่าน 67 ครั้งเมื่อวันที่ ๒ - ๓ เมษายน ๒๕๖๙ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ“DSI ReConNext" ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสานต่อความสำเร็จจากการประชุม "DSI Connect 2026" เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๙ ที่ผ่านมาเพื่อมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Crime) ที่ทวีความรุนแรงในระดับภูมิภาคตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความมั่นคงในภูมิภาคผ่านการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์ "DSI ReConNext" เมื่อวันที่ ๒-๓ เมษายน ๒๕๖๙ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบผสมผสานที่ทวีความรุนแรงท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายของกลุ่มอาชญากรและผู้หลบหนีคดี โดยหัวใจสำคัญของการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้คือการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่ทรงประสิทธิภาพด้วยการสร้าง "Single Platform" ผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และ E-mail เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็วในการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและประสานงานในระดับปฏิบัติการแบบ real time พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว project "Brain Bank" หรือคลังสมองที่รวบรวมสุดยอดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสมาชิกกลุ่ม FANC (Foreign Anti Narcotics and Crime) ทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่การสืบสวนสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) ตลอดจนการวิเคราะห์เส้นทางการเงินที่ซับซ้อน เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความเชี่ยวชาญเป็นมืออาชีพในระดับสากล

นอกจากนี้ DSI ยังมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านเครือข่ายหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย (P2P) เพื่อกำหนดเป้าหมายหรือยึดอายัดพยานหลักฐานสำคัญก่อนจะดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนผ่านกลไกการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา (MLA) อย่างเป็นระบบ มีภาคีเครือข่ายผู้แทนกลุ่มเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ (FANC) ๒๔ ประเทศ กว่า ๔๐ หน่วยงาน โดยมี นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร ได้แสดงเจตจำนงในการร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU/LOI) เพื่อผนึกกำลังความร่วมมือที่ไร้รอยต่อ (Operational Synergy) ในการอำนวยความยุติธรรม และรักษาความมั่นคงในระดับภูมิภาคต่อไป







