DSI ReConNext: Enhancing Efficiency in Combating Transnational Crime
เผยแพร่: 4 เม.ย. 2569 10:29 น. ปรับปรุง: 5 เม.ย. 2569 16:32 น. เปิดอ่าน 483 ครั้งวันที่ 2-3 เมษายน 2569 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยากองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จัดกิจกรรมโครงการในรูปแบบการประชุมปฏิบัติการ “DSI ReConNext" เพื่อสานต่อความสำเร็จจากการประชุม "DSI Connect 2026" เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาเพื่อมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Crime)ที่ทวีความรุนแรงในระดับภูมิภาค อึกทั้งเป็นการเน้นย้ำความเป็นผู้นำด้านความมั่นคงในภูมิภาค โดยการยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบผสมผสานในท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายของกลุ่มอาชญากรและผู้หลบหนีคดี โดยหัวใจสำคัญของการจัดกิจกรรมโครงการครั้งนี้ คือการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประทศชั้นนำด้วยการสร้าง "Single Platform" ผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และ E-mail เพื่อเป็นช่องทางการประสานงานและแลกเปลี่ยนข่าวกรองในระดับปฏิบัติการแบบ Real Time พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัว Project "Brain Bank" หรือคลังสมองที่รวบรวมสุดยอดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสมาชิกกลุ่ม FANC (Foreign Anti Narcotics and Crime) ครอบคลุมตั้งแต่การสืบสวนสินทรัพย์ดิจิทัล(Cryptocurrency) ตลอดจนการวิเคราะห์เส้นทางการเงินที่ซับซ้อนเพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ รวมทั้งการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความเชี่ยวชาญเป็นมืออาชีพในระดับสากล นอกจากนี้ DSI ยังมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านเครือข่ายหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย (P2P) เพื่อกำหนดเป้าหมายหรือยึดอายัดพยานหลักฐานสำคัญ ก่อนจะดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนผ่านกลไกการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา (MLAT) อย่างเป็นระบบ กิจกรรมโครงการนี้มีภาคีเครือข่ายผู้แทนกลุ่มเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต่างประเทศเข้าร่วม 24 ประเทศ จาก 40 หน่วยงาน และผู้แทนจากหน่วยงาน UNODC เข้าร่วมผลจากการหารือส่งผลให้ประเทศนิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และ สหราชอาณาจักร แสดงเจตจำนงในการจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU/LOI) เพื่อผนึกกำลังความร่วมมือที่ไร้รอยต่อ (Operational Synergy) ในการอำนวยความยุติธรรมและรักษาความมั่นคงในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป









