DSI ร่วมประชุมหารือคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการลักลอบค้าขยะในประเทศไทยระดับชาติ (Waste Trafficking Taskforce for Thailand - WTTT)
เผยแพร่: 11 พ.ค. 2569 17:44 น. ปรับปรุง: 11 พ.ค. 2569 17:44 น. เปิดอ่าน 73 ครั้งวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 9:00 น. พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน เรื่องสืบสวนที่ 27/2569 และนายเมธีวัฒน์ คำเสือ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ พร้อมคณะพนักงานสืบสวน ได้เข้าร่วมประชุมหารือคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการลักลอบค้าขยะในประเทศไทยระดับชาติ (Waste Trafficking Taskforce for Thailand - WTTT) ครั้งที่ 1 จัดโดย UNODC WasteNet ณ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
ที่ประชุมประกอบด้วยคณะผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (Center of Excellence on Hazardous Substance Management - HSM) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) โดยได้กำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย และองค์กรทั้งภายในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure – SOP) และจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการลักลอบค้าขยะในประเทศไทย (Waste Trafficking Taskforce for Thailand - WTTT)
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะพลาสติก ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร สืบเนื่องจากกรณี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้รับรายงานตู้สินค้าที่ต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้าขยะจากสหรัฐอเมริกา จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และอายัดตู้สินค้าที่ต้องสงสัย จำนวน 714 ตู้ และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบตู้สินค้าดังกล่าว ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อทราบข้อมูลบริษัทผู้ส่งออกและผู้นำเข้า รวมถึงตรวจสอบย้อนหลังเพื่อสืบทราบต้นทางและปลายทางและของตู้สินค้าทั้งหมด และพิจารณาเป็นคดีพิเศษต่อไป







