DSI ลงพื้นที่ขอนแก่น เผยแพร่โปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิด นอมินีต่างชาติ


เปิดอ่าน 437

DSI ลงพื้นที่ขอนแก่น เผยแพร่โปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิด นอมินีต่างชาติ

ในวันนี้ (วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562) เวลา 09.00 น. นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นประธานเปิดโครงการแนวทางการพัฒนาการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยใช้โปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิดแบบบูรณาการอย่างมีส่วนร่วมเป็นระบบ ณ โรงแรมนาดี 10 เลขที่ 95/59 ถนนเหล่านาดี ซอยเหล่านาดี 10 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

การพัฒนาประเทศภายใต้โมเดล Thailand 4.0 เป็นนโยบายของรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยโดยให้หน่วยงานของรัฐนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานแบบสร้างคุณค่า มีการเพิ่มมูลค่าและศักยภาพในการบริการประชาชนผ่านการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหน้าที่ป้องกัน ปราบปราม สืบสวน และสอบสวนคดีพิเศษตามกฎหมาย
ว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และพัฒนาระบบงานการสืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีแนวคิดสร้างกระบวนทัศน์ใหม่โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แนวคิดและประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นความร่วมมือเชิงพันธมิตรกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง กรมสรรพากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสร้างนวัตกรรมมีคุณภาพ เพิ่มมูลค่า และเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนตามรูปแบบ Thailand 4.0 ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล
ปี พ.ศ. 2561 กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้พัฒนานวัตกรรมสร้างโปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในกองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบพระราชบัญญัติดังกล่าว และมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสืบสวนสอบสวน ตัดปัญหาเรื่องผู้ปฏิบัติงานมีองค์ความรู้ที่ต่างกัน ลดกำลังบุคลากรและสามารถใช้ทรัพยากรบุคคลได้อย่างคุ้มค่า ลดขั้นตอน/ลดความซ้ำซ้อนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ประหยัดงบประมาณและเวลาในการปฏิบัติงานให้บรรลุความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดีได้ครบถ้วนเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลงโทษผู้กระทำการความผิดได้รวดเร็ว ส่งผลทำให้การกระทำความผิดลดลงได้ เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามคนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงประสงค์ให้ข้าราชการสังกัดหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือเชิงพันธมิตรทั้ง 4 หน่วยงานข้างต้น ได้ทราบถึงประสิทธิภาพและได้ใช้โปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงดำเนินการดำเนินการเปิดอบรมวิธีการใช้โปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 นำร่อง 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชลบุรี จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งวันนี้ การเปิดอบรมสัมมนาที่จังหวัดขอนแก่น เป็นจังหวัดที่ 3 สำหรับจังหวัดต่อไปคือ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ การอบรมสัมมนาในแต่ละจังหวัด หากผู้เข้าอบรมเห็นว่าโปรแกรมนี้เป็นประโยชน์ และมีความประสงค์จะนำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้ในการปฏิบัติงาน สามารถแสดงความประสงค์เป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอ Password เข้าถึงโปรแกรมดังกล่าวได้

กรมสอบสวนคดีพิเศษตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาถึงปัญหาการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ และหาวิธีการไม่ให้เกิดปัญหาการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวของคนต่างชาติ ปี พ.ศ. 2560 โดยได้บูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง กรมสรรพากร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) พัฒนาการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยการออกแบบและสร้างนวัตกรรมเครื่องมือโปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เป็นการพัฒนาการสืบสวนสอบสวน โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการปฏิบัติงานคดี โดยโปรแกรมแสดงผลเป็นภาพในลักษณะเป็นเส้นเวลา (Timeline) ทำให้เห็นพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดสามารถนำไปวางแผนการปฏิบัติงานคดีได้ง่าย มีการประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน ถูกต้อง และมีมาตรฐาน ที่สำคัญสามารถทำงานบนระบบของโปรแกรมได้ทุกสถานที่ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้การสรุปสำนวนคดีทำได้เร็วขึ้นเป็นอย่างมาก และสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้การกระทำความผิดฝ่าฝืน พระราชบัญญัติดังกล่าวของคนต่างชาติลดลงไปด้วย 

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามคนต่างชาติ เข้ามาทำธุรกิจของคนไทยที่ยังไม่พร้อมแข่งขัน กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงจัดโครงการนำร่องเปิดอบรมวิธีการใช้โปรแกรมวิเคราะห์การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ให้กับข้าราชการสังกัดหน่วยงานดังกล่าวที่ปฏิบัติงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชลบุรี จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้เป็นเครื่องมือในการสืบสวนสอบสวน เพื่อช่วยลดปัญหาของบุคลากรที่มีองค์ความรู้ต่างกัน ลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อน ประหยัดบุคลากร งบประมาณ และเวลาในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดีได้ครบถ้วน ซึ่งจะส่งผลให้การปราบปรามนอมินีต่างชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันภัยจากความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

เอกสารที่เกียวข้อง


ข่าวล่าสุด


ข่าวที่น่าสนใจ