เมื่อวันอังคารที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานความคืบหน้าคดีวางเพลิง เผาทรัพย์ และลักทรัพย์ เช็นทรัลเวิลด์ ครั้งเมื่อเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายน –พฤษภาคม ๒๕๕๓ ว่า คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานของศาล แต่มีจำเลยบางรายศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีชายชุดดำเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ดีเอสไอในฐานะผู้รับผิดชอบการสอบสวนขอยืนยันว่า ไม่มีชายชุดดำเกี่ยวข้องแต่อย่
างใด สำหรับรายละเอียดของคดีทั้ง ๒ กรณี มีดังต่อไปนี้
คดีลักทรัพย์
๑. คดีพิเศษที่ ๒๔๐/๒๕๕๓ รับสำนวนคดีอาญา สน.ปทุมวันที่ ๔๓๐/๔๓ เป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
๒. วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. แขวง – เขตปทุมวัน กทม.
๓. รายละเอียดการดำเนินการ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน ๙ คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันดำเนินคดี คือ
๓.๑ นายพินิจ จันทร์ณรงค์ อายุ ๒๖ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๑
๓.๒ นายวิศิษฏ์ แกล้วกล้า อายุ ๓๓ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๒
๓.๓ นายภาสกร ไชยสีทา อายุ ๑๗ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๓
๓.๔ นายคมสันต์ สุดจันทร์ฮาม อายุ ๔๒ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๔
๓.๕ นายอัตพล วรรณโต อายุ ๑๗ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๕
๓.๖ นายอาทิตย์ เบ้าสุวรรณ อายุ ๒๙ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๖
๓.๗ นายพรชัย โลหิตดี อายุ ๓๕ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๗
๓.๘ นายยุทธชัย สีน้อย อายุ ๒๓ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๘
๓.๙ นางเจียม ทองมาก อายุ ๔๕ ปี ไทย – ไทย ผู้ต้องหาที่ ๙
สำหรับ ผู้ต้องหาที่ ๓ และผู้ต้องหาที่ ๕ เป็นเยาวชน ได้แยกสำนวนการสอบสวน ซึ่งสน.ปทุมวันเห็นว่า เป็นคดีที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษ จึงส่งมาเป็นคดีพิเศษ
การดำเนินการของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นโดยมีพนักงานอั
ยการ ร่วมสอบสวน สรุปความเห็นทางคดี เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง ๙ คน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓
๔. ฐานความผิด ร่วมกันปล้นทรัพย์ในสถานที่เกิดตุเหตเพลิงไหม้ ร่วมกันปล้นทรัพย์ ในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยมีและใช้อาวุธปืน, ร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยกำลังประทุษร้าย ได้กระทำโดยมีและใช้อาวุธปืน และร่วมกระทำผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป และร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตามที่ได้ประกาศตามพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
๕. ผลคดีพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ และศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
ผล คดีสำหรับศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ลงโทษจำเลยทั้ง ๗ คน ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก. คนละ ๖ เดือน และลงโทษจำเลย นายคมสันต์ สุดจันทร์ฮาม ในความผิดฐานลักทรัพย์เป็นเวลา ๓ ปี รวมเป็น ๓ ปี ๖ เดือน ฐานความผิดอื่น ยกฟ้อง พนักงานอัยการไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว
ผลคดีสำหรับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง สืบพยานฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
คดีวางเพลิง
๑. คดีพิเศษที่ ๒๓๙/๒๕๕๓ รับสำนวนคดีอาญา สน.ปทุมวัน ที่ ๔๕๓/๔๓ เป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓
๒. วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. แขวง-ปทุมวัน กทม.
๓. รายละเอียดการ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันรับคดีและทำการสืบสวนสอบสวน ออกหมายจับผู้ต้องหารวม ๗ คน ดังนี้
๓.๑ ชายไทยไม่ทราบชื่อ ปรากฏตามภาพถ่ายหมายจับ ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๑
๓.๒ ชายไทยไม่ทราบชื่อ ปรากฏตามภาพถ่ายหมายจับ ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๒
๓.๓ นายสายชล แพบัว อายุ ๒๘ ปี ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๓
๓.๔ ชายไทยไม่ทราบชื่อ ปรากฏตามภาพถ่ายหมายจับ ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๔
๓.๕ นายพินิจ จันทร์ณรงค์ อายุ ๒๖ ปี ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๕
๓.๖ นายอัตพล วรรณโต อายุ ๑๗ ปี ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๖
๓.๗ นายภาสกร ไชยสีเทา อายุ ๑๖ ปี ไทย-ไทย ผู้ต้องหาที่ ๗
(อนึ่ง คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม อีก ๒ คน ตามภาพถ่าย รวมเป็น ๙ คน)
หมายเหตุ ผู้ต้องหาที่ ๓ เดิมออกหมายจับตามภาพถ่าย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม ตัวได้ที่บริเวณสนามหลวง ทราบชื่อภายหลังว่า นายสายชล แพบัว ส่วนผู้ต้องหาที่ ๕-๗ นั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์ (คดีพิเศษที่ ๒๔๐/๒๕๕๓) ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ชี้ยืนยันตัวว่าเป็นผู้กระทำความผิดในการวางเพลิงด้วย สน. ปทุมวัน เห็นว่าเป็นคดีที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษ จึงส่งมาเป็นคดีพิเศษ
การดำเนินการของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นโดยมีพนักงานอัยการร่วมสอบสวน สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาตามภาพถ่ายเพิ่มเติมอีกจำนวน ๒ คน รวมเป็น ๙ คน สรุปความเห็นทางคดี เห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ทั้ง ๙ คน ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓
๔. ความเสียหายต่อทรัพย์สิน จำนวน ๘,๘๙๐,๕๗๘,๖๔๙,๖๑ บาท (รวมทั้งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และผู้เสียหายรายย่อย)
ความ เสียหายต่อชีวิต นายกิตติพงษ์ สมสุข อายุ ๑๙ ปี (๑-๓๐๐๐๙-๐๐๑๗๕-๖๐-๑) อยู่บ้านเลขที่ ๓๘ ม.๙ ต.หว้านคำ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ถึงแก่ความรายในสถานที่เกิดเหตุ แพทย์ชันสูตรลงความเห็นสาเหตุการตายเนื่องจากขาดอากาศหายใน
๕. ฐานความผิด ร่วมกันวางเพลิเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นโรงเรือนที่เก็บสินค้า เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใด ๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร่อยส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจห้าที่และส่งผลกระทต่อประชาชนในพื้นที่ตามที่ได้ประกาศตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
๖. ผลคดี พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง ๙ คน และได้ฟ้องนายสายชน แพบัว และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ ต่อศาลบอาญากรุงเทพใต้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ นัดสืบพยานพนักงานสอบสวนในวันที่ ๒๑,๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕ และได้ส่งฟ้องนายอัตพล วรรณโต และนายภาสกร ไชยสีทา ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ นัดสืบพยานพนักงานสอบสวนในวันที
่ ๓ สิงหาคม ๓ช๒๕๕๕
เนื่องจากมีสื่อมวลชนสอบถามความคืบหน้าใน ๒ คดีนี้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเห็นควรแถลงความคืบหน้าเพื่อทราบ และขอยืนยันข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหารือจำเลยในคดีนี้ไม่ใช่ชายชุดดำที่มีการกล่าวอ้างกัน
*********************