|
ดีเอสไอขอข้อมูลสัมปทานบีทีเอสจากมท.เพิ่มเติม

เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๔.๓๐ น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงต่อสื่อมวลชน ในประเด็นการทำสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชน กรุงเทพมหานคร ระหว่าง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น ๑ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ ๕ / ๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้ให้ข้อสังเกต บางประการ กรณี การทำสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชน กรุงเทพมหานคร ระหว่าง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดีเอสไอเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ โดยขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีหนังสือสอบถามความเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และนำข้อมูลดังกล่าวเข้าประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษอีกครั้ง ในวันพุธที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕
สำหรับความคืบหน้าในเรื่องนี้ ล่าสุด ตนได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เพื่อขอทราบความเห็นเกี่ยวกับสัมปทานระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานครเพิ่มเติมใน ๒ ประเด็น คือ
๑. การที่กรุงเทพมหานครทำสัญญาจ้างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ และต่อมาบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้ทำสัญญาจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงตามสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง ลงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นั้น เป็นการดำเนินการที่มีลักษณะเป็นกิจการรถรางซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ตามข้อ ๓ และ ข้อ ๑๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ หรือไม่ อย่างไร
๒. หากสัญญาจ้างบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร และสัญญาการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงดังกล่าวเป็นการดำเนินกิจการการรถราง การดำเนินกิจการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามข้อ ๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๘ หรือไม่ และหากเป็นกรณีที่จะต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เคยอนุญาตหรืออนุมัติให้สัมปทานในการดำเนินการตามสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าว หรือไม่ อย่างไร โดยขอให้แจ้งผลพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

พร้อมกันนี้ ตนได้ลงนามในหนังสือถึงร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ โดยรายงานความคืบหน้าในการทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอทราบความเห็นเกี่ยวกับสัมปทานระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม และขอเลื่อนการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษในวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ออกไปก่อน จนกว่าจะได้รับข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยที่ครบถ้วน ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่คณะกรรมการคดีพิเศษยังไม่ได้พิจารณาจะขอยกยอดเสนอต่อที่ประชุมในคราวเดียวกัน ซึ่งร.ต.อ.เฉลิมได้ให้ความเห็นชอบต่อเรื่องดังกล่าว
*************************
|